กาญจนบุรี Upper Class 3 วัน 2 คืน
Heritage Collection 4 วัน 3 คืน
กาญจนบุรี Grand Heritage Collection 5วัน 4คืน
กาญจนบุรี 2 วัน 1 คืน Journey Through History
3 วัน 2 คืน River Escape กาญจนบุรี
Pilok Mountain Retreat 3 วัน 2 คืน
The Rivers Remember กาญจนบุรี 4 วัน 3 คืน
History to Highland กาญจนบุรี สังขละบุรี
Heritage Adventure กาญจนบุรี ไปเช้าเย็นกลับ
Heritage Journey ทัวร์วันเดียว กาญจนบุรี
Other Province
ทริปท่องเที่ยวเชียงใหม่
ทริปท่องเที่ยวเชียงราย
ทริปท่องเที่ยวแม่ฮ่องสอน
ทริปท่องเที่ยวระนอง
ทริปท่องเที่ยวสุราษฎร์ธานี
ทริปท่องเที่ยวหาดใหญ่
ทริปท่องเที่ยวน่าน
ทริปท่องเที่ยวเกาะหลีเป๊ะ
ทริปท่องเที่ยวชุมพร
ทริปท่องเที่ยวสมุย
ทริปท่องเที่ยวตรัง
ทริปท่องเที่ยวเพชรบูรณ์
ทริปท่องเที่ยว เกาะสุรินทร์ เกาะสิมิลัน
ทริปท่องเที่ยวนครศรีธรรมราช
ทริปท่องเที่ยวเกาะยาว
ทริปท่องเที่ยวเกาะลันตา
ทริปท่องเที่ยวตาก
ทริปท่องเที่ยวเขาสก
ทริปท่องเที่ยวเขาหลักพังงา
ทริปท่องเที่ยวกระบี่
ทริปท่องเที่ยวภูเก็ต
ทริปท่องเที่ยวนครราชสีมา

กาญจนบุรี 2 วัน 1 คืน Journey Through History

Journey Through History คือโปรแกรมทัวร์กาญจนบุรี 2 วัน 1 คืน แบบส่วนตัวระดับพรีเมียม ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ เพื่อย้อนรอยประวัติศาสตร์สงครามโลกครั้งที่ 2 และทางรถไฟสายไทย–พม่าอย่างเป็นลำดับ เริ่มจากพิพิธภัณฑ์สงคราม สุสานทหารสัมพันธมิตร สะพานข้ามแม่น้ำแคว นั่งรถไฟสายมรณะผ่านหน้าผาถ้ำกระแซ และพักผ่อนที่ U Inchantree Kanchanaburi ริมแม่น้ำแคว วันที่สองเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ช่องเขาขาด เดินเส้นทาง Hellfire Pass และเรียนรู้อารยธรรมขอมที่อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์ โปรแกรมนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัส สถานที่จริง เข้าใจเรื่องราวความเสียสละ และมองเห็นคุณค่าของสันติภาพ ผ่านการเดินทางที่มีความหมาย

มีสถานที่บางแห่ง ที่งดงามเพราะธรรมชาติ และมีสถานที่บางแห่ง ที่งดงามเพราะเรื่องราวที่ยังคงถูกจดจำ กาญจนบุรีคือหนึ่งในนั้น ทุกย่างก้าวบนสะพานข้ามแม่น้ำแคว ทุกเสียงล้อรถไฟที่แล่นผ่านหน้าผาถ้ำกระแซ และทุกความเงียบสงบ ภายในสุสานทหารสัมพันธมิตร ล้วนเป็นหน้าประวัติศาสตร์ที่ยังคงมีชีวิตอยู่ รอให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสด้วยสายตา และเข้าใจด้วยหัวใจ มากกว่าการอ่านจากหนังสือ เพียงไม่กี่บรรทัด

ตลอดสองวันหนึ่งคืน JC Tour จะพาคุณค่อย ๆ เดินทางผ่านเรื่องราวของสงครามโลกครั้งที่สอง อย่างเป็นลำดับ ตั้งแต่จุดเริ่มต้น ของทางรถไฟสายไทย–พม่า สู่สะพานข้ามแม่น้ำแคว รถไฟสายมรณะ ช่องเขาขาด และอุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์ ทุกสถานที่ได้รับการเรียงร้อย ให้เชื่อมโยงกันราวกับบทต่าง ๆ ของหนังสือเล่มหนึ่ง เพื่อให้เมื่อการเดินทางสิ้นสุดลง สิ่งที่คุณนำกลับบ้าน อาจไม่ใช่เพียงภาพถ่ายที่สวยงาม หากคือความเข้าใจ ความทรงจำ และคุณค่าของสันติภาพ ที่ยังคงสะท้อนอยู่เหนือผืนดินแห่งนี้ ตราบจนทุกวันนี้

ทุกการเดินทางที่ดี เริ่มต้นจากความเข้าใจ เราขอชวนคุณใช้เวลาสักเล็กน้อย อ่านรายละเอียดของโปรแกรม ชมภาพไฮไลต์ และทำความรู้จักกับเส้นทางที่เราตั้งใจออกแบบไว้ หากมีสิ่งใดที่อยากสอบถาม ทีมงาน JC Tour พร้อมให้ข้อมูลด้วยความจริงใจ ตลอด 24 ชั่วโมง โทร. 089-572-7603, LINE: @jctour หรือ WhatsApp: +66 84 805 3153 เพราะเราเชื่อว่าการตัดสินใจที่ดีที่สุด ไม่ได้เกิดจากการเร่งรีบ แต่เกิดจากความมั่นใจ ก่อนออกเดินทางครับ

JEAT Museum

JEAT Museum JEAT Museum JEAT Museum
JEAT Museum JEAT Museum JEAT Museum

ภายใน JEATH Museum ทุกสิ่งที่จัดแสดงไม่ได้ถูกสร้างขึ้น เพื่อความสวยงาม แต่ถูกเก็บรักษาไว้ เพื่อให้ผู้มาเยือนได้ค่อย ๆ ประกอบเรื่องราวของอดีต ด้วยจินตนาการของตนเอง กระท่อมไม้ไผ่จำลอง เครื่องมือที่เคยใช้งาน ภาพถ่าย และบันทึกจาก ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ ล้วนเป็นชิ้นส่วนของความจริง ที่เมื่อเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน จะทำให้ภาพของทางรถไฟสายมรณะ ค่อย ๆ ปรากฏขึ้นในความคิด อย่างมีชีวิตชีวา ราวกับกำลังชมภาพยนตร์ที่ไม่มีผู้กำกับ เพราะผู้สร้างเรื่องราวทั้งหมด คือจินตนาการของคุณเอง

มีรายละเอียดหนึ่ง ที่นักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อย มักเดินผ่านโดยไม่ทันสังเกต... ชื่อ JEATH ไม่ใช่ชื่อบุคคลหรือสถานที่ แต่เกิดจากอักษรตัวแรก ของประเทศที่เกี่ยวข้องกับสงคราม ในพื้นที่แห่งนี้ ได้แก่ Japan, England, America, Australia, Thailand และ Holland ชื่อสั้น ๆ เพียงห้าตัวอักษร จึงซ่อนเรื่องราวของผู้คนนับแสนชีวิต จากหลายเชื้อชาติไว้เบื้องหลัง และเมื่อเดินออกจากพิพิธภัณฑ์ หลายคน จึงไม่ได้จดจำเพียงสิ่งที่ได้เห็น หากยังพกพาภาพ ที่ตนเองสร้างขึ้น จากความทรงจำของสถานที่แห่งนี้ กลับไปด้วย

สะพานข้ามแม่น้ำแคว

สะพานข้ามแม่น้ำแคว สะพานข้ามแม่น้ำแคว สะพานข้ามแม่น้ำแคว
สะพานข้ามแม่น้ำแคว สะพานข้ามแม่น้ำแคว สะพานข้ามแม่น้ำแคว

สะพานข้ามแม่น้ำแคว... สถานที่ที่กาลเวลายังคงเดินไป พร้อมกับประวัติศาสตร์ มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย ที่งดงามเพราะธรรมชาติ แต่สะพานข้ามแม่น้ำแคว กลับงดงามด้วยเรื่องราว ที่ซ่อนอยู่ในทุกโครงเหล็ก ทุกหมอนราง และทุกสายลม ที่พัดผ่านเหนือผืนน้ำ สะพานแห่งนี้เป็นพยานของเหตุการณ์สำคัญ ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และแม้เวลาจะผ่านไป หลายทศวรรษ ความทรงจำของผู้คนที่เคยสร้าง เคยเดิน และเคยสูญเสียบนเส้นทางสายนี้ ก็ยังคงถูกถ่ายทอด ผ่านบรรยากาศที่สัมผัสได้ โดยไม่ต้องเอ่ยคำใด

สิ่งที่หลายคนอาจไม่เคยสังเกตคือ สะพานที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน ประกอบด้วยทั้งช่วงโครงเหล็กดั้งเดิม ที่รอดพ้นจากสงคราม และช่วงที่ได้รับการบูรณะขึ้นใหม่ หลังการทิ้งระเบิดในปี พ.ศ. 2488 จึงเปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของการฟื้นคืน จากความสูญเสีย เมื่อยืนมองขบวนรถไฟค่อย ๆ เคลื่อนข้ามแม่น้ำแคว ภาพที่อยู่เบื้องหน้าไม่ได้เป็นเพียงวิวอันงดงาม ของกาญจนบุรี หากคือเรื่องราวของความเข้มแข็ง ความหวัง และบทเรียนจากประวัติศาสตร์ ที่ยังคงเดินทางต่อไป พร้อมกับรางรถไฟสายนี้ ในทุกวัน

สุสานทหาร สัมพันธมิตร

สุสานทหาร สัมพันธมิตร สุสานทหาร สัมพันธมิตร สุสานทหาร สัมพันธมิตร

สุสานทหารสัมพันธมิตร... สถานที่ที่ความเงียบ เล่าเรื่องได้ดังกว่าคำพูด เมื่อก้าวผ่านประตู เข้าสู่สุสานทหารสัมพันธมิตร สิ่งแรกที่สัมผัสได้ไม่ใช่ความเศร้า แต่เป็นความสงบ ที่ปกคลุมอยู่ทั่วทั้งพื้นที่ สนามหญ้าสีเขียว ที่ได้รับการดูแลอย่างพิถีพิถัน และแผ่นศิลาที่เรียงตัวอย่างเป็นระเบียบ สะท้อนถึงความเคารพ ที่ยังคงมีต่อผู้เสียชีวิต แม้เวลาจะผ่านมาหลายสิบปี ที่นี่คือสถานที่ซึ่งผู้คน จากหลากหลายประเทศ เดินทางมาเพื่อแสดงความระลึกถึง ผู้ที่ไม่เคยมีโอกาสเดินทางกลับบ้าน หลังจากร่วมสร้างทางรถไฟสายมรณะ ท่ามกลางความยากลำบาก ของสงครามโลกครั้งที่ 2

มีรายละเอียดที่หลายคน อาจไม่เคยสังเกต... บนแผ่นศิลาจำนวนมาก ไม่ได้มีเพียงชื่อและอายุของผู้จากไป แต่บางแผ่นยังสลักข้อความอำลา ที่ครอบครัวเลือกไว้ด้วยตนเอง หลายข้อความสั้นเพียงไม่กี่คำ แต่กลับถ่ายทอดความรัก ความคิดถึง และความหวังได้อย่างลึกซึ้ง กว่าบันทึกทางประวัติศาสตร์ใด ๆ การเดินผ่านแถวของแผ่นศิลาเหล่านี้ จึงไม่ใช่เพียงการเยี่ยมชมสุสาน หากเป็นการรับรู้ว่า หลังตัวเลขของผู้เสียชีวิตแต่ละคน ล้วนเคยมีชีวิต มีครอบครัว และมีความฝัน ไม่ต่างจากเราทุกคน

รถไฟสายมรณะ

รถไฟสายมรณะ รถไฟสายมรณะ รถไฟสายมรณะ
รถไฟสายมรณะ รถไฟสายมรณะ รถไฟสายมรณะ

รถไฟสายมรณะ (Death Railway)... เส้นทางที่ธรรมชาติอันงดงาม โอบกอดประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ไว้ด้วยกัน

มีรถไฟหลายสาย ที่พาผู้คนเดินทางสู่จุดหมาย แต่รถไฟสายมรณะ กลับพาผู้คนเดินทางย้อนกลับไป สู่ช่วงเวลาที่โลกไม่ควรลืม ขณะที่ขบวนรถไฟค่อย ๆ เคลื่อนผ่านหน้าผาหิน และโค้งเลียบแม่น้ำแควน้อย ทิวทัศน์อันงดงามเบื้องหน้าจะค่อย ๆ ทำให้คุณเข้าใจว่า เหตุใดเส้นทางสายสั้น ๆ แห่งนี้จึงได้รับการยกย่องให้เป็น หนึ่งในเส้นทางรถไฟที่งดงาม และทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ที่สุด ของเอเชีย ทุกโค้งของรางรถไฟ เผยให้เห็นทั้งผืนป่า ภูเขา และสายน้ำ ที่ยังคงงดงาม ไม่ต่างจากเมื่อหลายสิบปีก่อน

สิ่งที่หลายคนอาจไม่ทราบคือ ทางรถไฟสายนี้ เคยมีความยาวกว่า 415 กิโลเมตร เชื่อมประเทศไทยกับเมียนมา แต่ในปัจจุบันเหลือเพียงบางช่วงเท่านั้น ที่ยังเปิดให้รถไฟวิ่งผ่านได้ การเดินทางในวันนี้ จึงเปรียบเสมือนการได้สัมผัสส่วนหนึ่ง ของเส้นทางที่เคยเป็นความท้าทาย ทางวิศวกรรม และเป็นสัญลักษณ์แห่งความอดทน ของผู้คนนับแสนชีวิต เมื่อรถไฟค่อย ๆ เคลื่อนผ่านหน้าผาถ้ำกระแซ เสียงล้อเหล็กที่ก้องไปตามรางเก่าแก่ จะทำให้คุณรู้สึกได้ว่า ประวัติศาสตร์ไม่ได้หยุดอยู่ในพิพิธภัณฑ์ หากยังคงเดินทางต่อไป พร้อมกับขบวนรถไฟทุกเที่ยว จนถึงทุกวันนี้

ถ้ำกระแซ - สถานีรถไฟขบวนประวัติศาสตร์

ถ้ำกระแซ ถ้ำกระแซ ถ้ำกระแซ

ถ้ำกระแซ... จุดที่ประวัติศาสตร์หยุดหายใจ ก่อนธรรมชาติจะเริ่มเล่าเรื่องต่อ เมื่อรถไฟสายประวัติศาสตร์ค่อย ๆ แล่นผ่านหน้าผา เหนือแม่น้ำแควน้อย นักเดินทางส่วนใหญ่ มักลงจากขบวน แล้วเดินต่อไปยังถ้ำกระแซ แต่มีเพียงไม่กี่คนที่รู้ว่า ถ้ำเล็ก ๆ แห่งนี้เคยเป็นที่พักพิง ของเชลยศึก และคนงานในช่วงการก่อสร้าง ทางรถไฟสายมรณะ ภายในประดิษฐานพระพุทธรูป อันสงบนิ่ง ราวกับเป็นสัญลักษณ์แห่งความหวัง ที่ยังคงอยู่ แม้ในช่วงเวลาที่โหดร้ายที่สุด ของประวัติศาสตร์

อีกหนึ่งรายละเอียด ที่หลายคนเดินผ่านโดยไม่ทันสังเกต คือบริเวณปากถ้ำ สามารถมองเห็นแนวรางรถไฟ ที่โค้งเลียบหน้าผา ได้อย่างงดงามที่สุดแห่งหนึ่ง ของเส้นทางสายมรณะ ภาพของขบวนรถไฟที่ค่อย ๆ เคลื่อนผ่านหน้าผาสูง เหนือสายน้ำเบื้องล่าง คือช่วงเวลาที่สะท้อน ทั้งความยิ่งใหญ่ของวิศวกรรม ความทรงจำของผู้คน และความงดงามของธรรมชาติ ไว้ในภาพเดียว จนได้รับการยกย่องว่า เป็นหนึ่งในจุดชมวิวที่ทรงคุณค่าที่สุด ของจังหวัดกาญจนบุรี

ช่องเขาขาด

ช่องเขาขาด ช่องเขาขาด ช่องเขาขาด
ช่องเขาขาด ช่องเขาขาด ช่องเขาขาด

แสงอาทิตย์ที่ส่องผ่านรอยแยก ของ ช่องเขาขาด ทำให้ผาหินดูสงบนิ่งเกินกว่าจะเชื่อว่า ครั้งหนึ่งภูเขาทั้งลูก เคยถูกเจาะด้วยเพียงค้อน สิ่ว และแรงงานของเชลยศึกนับหมื่นคน ภายใต้การควบคุมที่โหดร้าย ซึ่งไม่เคยสนใจวิธีการ ขอเพียงทางรถไฟสร้างเสร็จ ตามเป้าหมาย ทุกจังหวะของค้อน ที่กระทบหิน จึงแลกมาด้วยความเหน็ดเหนื่อย ความหวาดกลัว และชีวิต ของผู้คนจำนวนมหาศาล จนสถานที่แห่งนี้ ได้รับสมญานามจากเชลยศึกว่า Hellfire Pass เพราะแสงคบเพลิงยามค่ำคืน ที่สะท้อนผาหิน ทำให้ภาพของคนงาน ดูราวกับอยู่ท่ามกลางเปลวไฟแห่งนรก

มีเรื่องหนึ่ง ที่นักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อย อาจไม่เคยรู้... หากยืนอยู่ในความเงียบของช่องเขา และปล่อยให้สายลมพัดผ่าน จะสังเกตได้ว่า ที่นี่แทบไม่มีเสียงสะท้อนเหมือนหน้าผาทั่วไป เพราะผนังหินที่ถูกสกัดอย่างหยาบ และลึกช่วยดูดซับเสียงเอาไว้ ความเงียบนั้น ทำให้หลายคนรู้สึกเหมือน กาลเวลาหยุดเดิน และยิ่งเมื่อทราบว่ามีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ระหว่างการก่อสร้าง ความเงียบของช่องเขาขาด จึงไม่ได้เป็นเพียงความสงบของธรรมชาติ หากเป็นความทรงจำ ที่ยังคงถูกเก็บรักษาไว้ กลางผืนป่าแห่งนี้ อย่างเงียบงันมาจนถึงทุกวันนี้

อุทยานประวัติศาสตร์ เมืองสิงห์

อุทยานประวัติศาสตร์ เมืองสิงห์ อุทยานประวัติศาสตร์ เมืองสิงห์ อุทยานประวัติศาสตร์ เมืองสิงห์

อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์... เมื่ออารยธรรมโบราณ ยังคงมีลมหายใจ อยู่ท่ามกลางผืนป่ากาญจนบุรี อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์ ไม่ได้สร้างความประทับใจด้วยความยิ่งใหญ่ หากแต่ด้วยบรรยากาศ ที่ทำให้ผู้มาเยือนรู้สึกราวกับ กำลังก้าวเข้าสู่อีกห้วงเวลาหนึ่ง ปราสาทหิน ศิลาแลง และแนวกำแพงโบราณ ที่ยังคงตั้งตระหง่าน ท่ามกลางร่มเงา ของต้นไม้น้อยใหญ่ บอกเล่าเรื่องราวของเมืองสำคัญ ในอิทธิพลอาณาจักรขอม ซึ่งเคยเป็นศูนย์กลางของผู้คน ความเชื่อ และการเดินทาง บนเส้นทางการค้าสายตะวันตก เมื่อกว่าแปดศตวรรษก่อน ทุกก้าวที่เดินจึงเปรียบเสมือน การเปิดหน้าประวัติศาสตร์ทีละหน้า โดยมีธรรมชาติ เป็นผู้เก็บรักษาเรื่องราวเหล่านั้นไว้ จนถึงปัจจุบัน

มีเรื่องหนึ่งที่นักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อย ไม่เคยทราบ... แม้จะมีชื่อว่า "เมืองสิงห์" แต่ไม่เคยค้นพบหลักฐานว่า ที่นี่เคยมีสิงโตอาศัยอยู่ ชื่อนี้เชื่อกันว่าสืบเนื่องมาจาก ประติมากรรมรูปสิงห์ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของศิลปะขอม และสิ่งที่น่าทึ่งยิ่งกว่านั้น คือ ผังเมืองโบราณ ยังคงมองเห็นได้อย่างชัดเจน จนทำให้นักโบราณคดี สามารถศึกษาวิถีชีวิต ของผู้คนในอดีต ได้อย่างต่อเนื่อง เมื่อยืนอยู่ท่ามกลางซากปราสาท และสายลมที่พัดผ่านกำแพงหิน คุณจะสัมผัสได้ว่า เมืองแห่งนี้ไม่เคยถูกทอดทิ้ง หากเพียงกำลังรอให้ผู้มาเยือน รุ่นแล้วรุ่นเล่า เข้ามารับฟังเรื่องราว ที่ยังคงซ่อนอยู่ในทุกก้อนศิลา

U Inchantree Resort

U Inchantree Resort U Inchantree Resort U Inchantree Resort
U Inchantree Resort U Inchantree Resort U Inchantree Resort

U Inchantree Kanchanaburi ไม่ใช่เพียงรีสอร์ท ที่อยู่ใกล้สะพานข้ามแม่น้ำแคว หากแต่เป็นสถานที่พักผ่อน ที่ JC Tour คัดเลือกอย่างพิถีพิถัน จากมาตรฐานหลายด้าน ทั้งความสะอาดที่ไร้ที่ติ ความเงียบสงบ บรรยากาศร่มรื่น และการบริการที่อบอุ่น อย่างเป็นธรรมชาติ ทุกมุมของรีสอร์ท ได้รับการดูแลอย่างประณีต ทำให้ช่วงเวลา หลังการเดินทางท่องเที่ยวเต็มวัน กลายเป็นช่วงเวลาแห่งการพักผ่อน ที่แท้จริง ท่ามกลางสวนเขียวขจี และสายลมริมแม่น้ำแคว

การเลือกที่พักของ JC Tour ไม่ได้พิจารณาเพียงชื่อเสียง หรือระดับดาว แต่ประเมินจากประสบการณ์ ที่นักเดินทางจะได้รับจริง ตั้งแต่คุณภาพของห้องพัก ความสะอาดที่สม่ำเสมอ ความใส่ใจของพนักงาน ความสะดวกสบายในการเข้าพัก ไปจนถึงบรรยากาศโดยรอบ ที่ช่วยเติมเต็มอารมณ์ ของการเดินทาง U Inchantree Kanchanaburi จึงเป็นหนึ่งในรีสอร์ทไม่กี่แห่ง ที่ผ่านเกณฑ์การคัดเลือกอย่างเข้มงวด ของ JC Tour และได้รับความไว้วางใจ ให้เป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรม Heritage Collection เพื่อให้ทุกค่ำคืนของการเดินทาง สมบูรณ์แบบ ไม่ต่างจากสถานที่ท่องเที่ยว ที่รออยู่ในวันถัดไป

โปรแกรม (ส่วนตัวแบบ Upper Class)
Day 1 The Railway That Changed History
06.00 น. แสงแรกของวัน เริ่มแตะแนวตึกในกรุงเทพฯ ขณะที่รถของเราค่อย ๆ มุ่งหน้าสู่ทิศตะวันตก เมืองหลวงที่กำลังตื่น จากการหลับใหลค่อย ๆ ถูกแทนที่ด้วยทุ่งนา ป่าโปร่ง และแนวภูเขา ที่อยู่ไกลออกไป วันนี้ไม่ใช่เพียง การเดินทางสู่จังหวัดกาญจนบุรี แต่เป็นการเดินทางย้อนกลับไป สู่หน้าประวัติศาสตร์ ที่ยังคงทิ้งร่องรอยไว้บนผืนดิน แม่น้ำ และทางรถไฟสายหนึ่ง ซึ่งโลกไม่มีวันลืม
09.30 น. ก่อนจะเห็นสะพาน ก่อนจะได้ยินเสียงรถไฟ และก่อนจะก้าวเข้าสู่สถานที่จริง เราเริ่มต้นที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ เพื่อทำความเข้าใจว่าทำไมทางรถไฟ สายไทย–พม่าจึงถือกำเนิดขึ้น เรื่องราวของสงคราม แรงงานเชลยศึก และการตัดสินใจ ที่เปลี่ยนชะตาชีวิตผู้คนนับหมื่น ถูกถ่ายทอดผ่านภาพถ่าย แผนที่ และหลักฐาน ที่ยังคงได้รับการเก็บรักษาไว้อย่างดี เมื่อเดินออกจากที่นี่ ทุกสถานที่ที่กำลังจะไปเยือน จะมีความหมาย มากกว่าที่ตาเห็น
10.45 น. สุสานทหารสัมพันธมิตร

สนามหญ้าสีเขียว ได้รับการดูแลอย่างประณีต แผ่นหินสีอ่อนเรียงตัวอย่างเป็นระเบียบ ใต้ร่มไม้ใหญ่ ความเงียบของสถานที่แห่งนี้ ไม่ชวนให้เศร้า หากชวนให้หยุดคิดถึงคุณค่าของชีวิต และสันติภาพ หลายคนใช้เวลายืนอยู่ตรงนี้ นานกว่าที่ตั้งใจ เพราะทุกชื่อที่สลักอยู่บนแผ่นหิน ล้วนเคยเป็นใครบางคน ที่กำลังรอวันได้กลับบ้าน
11.30 น. สะพานข้ามแม่น้ำแคว

เสียงรถไฟที่ยังคงวิ่งผ่านสะพาน ในบางช่วงของวัน ทำให้โครงเหล็กอายุหลายสิบปี ยังคงมีชีวิตอยู่เสมอ ระหว่างก้าวเดินไปบนสะพาน สายน้ำแควเบื้องล่างไหลเอื่อยอย่างสงบ จนยากจะเชื่อว่า ครั้งหนึ่งสถานที่แห่งนี้ เคยเป็นศูนย์กลางของเหตุการณ์ ที่เปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์เอเชีย ผู้คนจากทั่วโลกเดินทางมาที่นี่ เพื่อถ่ายภาพ แต่หลายคน เดินจากไปพร้อมความเข้าใจ ที่ลึกซึ้งกว่าภาพที่บันทึกไว้
12.45 น. พักผ่อนกับอาหารไทยรสชาติกลมกล่อม ในบรรยากาศริมแม่น้ำแคว ปล่อยให้ช่วงเวลาสบาย ๆ ของมื้อกลางวัน คั่นกลางระหว่างเรื่องราวแห่งอดีต ก่อนออกเดินทาง ต่อไปยังอีกบทหนึ่ง ของประวัติศาสตร์
14.00 น. JEATH Museum

พิพิธภัณฑ์เล็ก ๆ แห่งนี้ไม่ได้สร้างความประทับใจ ด้วยความยิ่งใหญ่ แต่ด้วยความจริง แบบจำลอง ที่พักเชลยศึก เครื่องมือ และภาพถ่ายเก่า ทำให้เรื่องราวในหนังสือประวัติศาสตร์ กลายเป็นภาพที่จับต้องได้ หลายครั้ง ความเรียบง่าย กลับเป็นวิธีที่ทรงพลังที่สุด ในการเล่าเรื่องของมนุษย์
15.20 น. รถไฟสายมรณะ สู่ถ้ำกระแซ

เมื่อรถไฟค่อย ๆ เคลื่อนตัวออกจากสถานี เสียงล้อเหล็กกระทบรางดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ก่อนพาผู้โดยสารเลียบหน้าผาหิน เหนือแม่น้ำแควน้อย ทิวทัศน์เบื้องหน้า เต็มไปด้วยความงดงามของผืนป่า และสายน้ำ แต่เมื่อรู้ว่ารางทุกเมตร ถูกสร้างขึ้นด้วยแรงงาน ของเชลยศึกนับหมื่น ความงามนั้น ก็ยิ่งทำให้เรื่องราวในอดีต มีความหมายมากขึ้น
16.20 น. ถ้ำกระแซ

สายลมพัดผ่านหน้าผาเบา ๆ ขณะมองลงไปยังแม่น้ำแควน้อย ที่ไหลคดเคี้ยวอยู่เบื้องล่าง ทางรถไฟไม้ ที่แนบไปกับหน้าผา กลายเป็นภาพที่นักเดินทางทั่วโลก จดจำได้ทันที เมื่อเอ่ยถึงกาญจนบุรี ความเงียบของธรรมชาติในวันนี้ แตกต่างจากเสียงค้อน เสียงเหล็ก และความเหน็ดเหนื่อยที่เคยเกิดขึ้น ณ จุดเดียวกัน เมื่อกว่าแปดทศวรรษก่อน
17.45 น. U Inchantree Kanchanaburi

ยามเย็น...การเดินทางค่อย ๆ เปลี่ยนจังหวะจากการเรียนรู้สู่การพักผ่อน รีสอร์ตบูติกริมแม่น้ำแคว โอบล้อมด้วยต้นไม้ใหญ่ และสวนสีเขียว ให้ความรู้สึกสงบอย่างเป็นธรรมชาติ เมื่อแสงสุดท้ายของวัน สะท้อนลงบนผิวน้ำ หลายคนเลือกนั่งเงียบ ๆ ริมแม่น้ำ ปล่อยให้เรื่องราวที่ได้พบมาตลอดทั้งวัน ค่อย ๆ เรียงร้อยอยู่ในความคิด โดยไม่จำเป็น ต้องมีคำอธิบายเพิ่มเติม
19.00 น. รับประทานอาหารเย็น

ค่ำคืนนี้ จบลงอย่างเรียบง่าย ริมสายน้ำสายเดียวกับที่เคยเป็นส่วนหนึ่ง ของหน้าประวัติศาสตร์โลก และในเช้าวันพรุ่งนี้ การเดินทาง จะพาเราไปยัง Hellfire Pass สถานที่ซึ่งทำให้ทุกเรื่องราวของวันนี้ มีความหมายลึกซึ้ง ยิ่งขึ้น

Day 2 Where Courage Echoes Through the Mountain
  เช้าวันใหม่เริ่มต้นขึ้น ท่ามกลางความสงบของแม่น้ำแคว แสงแดดอ่อน ๆ ส่องผ่านแนวไม้ใหญ่ ที่โอบล้อมรีสอร์ตไว้ ราวกับธรรมชาติกำลังปลอบโยนทุกเรื่องราว ที่เราได้สัมผัสเมื่อวาน แต่การเดินทางในวันนี้ จะพาเราไปยังสถานที่ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยถูกขนานนามว่า เป็น "นรกบนดิน" สถานที่ที่ทำให้โลกได้เรียนรู้ว่า ความแข็งแกร่งของมนุษย์นั้น มีทั้งด้านที่น่าชื่นชม และด้านที่ไม่ควรเกิดขึ้นอีกเลย
07.30 น. เริ่มต้นเช้าวันนี้ ด้วยอาหารเช้าท่ามกลางบรรยากาศอันร่มรื่น ริมแม่น้ำแคว ก่อนออกเดินทางสู่พื้นที่ประวัติศาสตร์ ที่ได้รับการยกย่องว่า เป็นหนึ่งในอนุสรณ์สถาน สงครามโลกครั้งที่สอง ที่สำคัญที่สุดของประเทศไทย
08.45 น. Hellfire Pass Memorial Museum

ก่อนก้าวเข้าสู่ช่องเขาขาด เราเริ่มต้นที่พิพิธภัณฑ์ ซึ่งรวบรวมเรื่องราว เครื่องมือ ภาพถ่าย และบันทึกของเชลยศึก ผู้เคยทำงานอยู่ในพื้นที่แห่งนี้ ทุกนิทรรศการช่วยอธิบายว่า ทำไมการตัดภูเขา ด้วยแรงงานคนเพียงอย่างเดียว จึงกลายเป็นภารกิจ ที่ต้องแลกมาด้วยชีวิต ของผู้คนจำนวนมหาศาล และเหตุใดชื่อ "Hellfire Pass" จึงถูกจารึกไว้ ในหน้าประวัติศาสตร์ของโลก
09.45 น. เดินตามเส้นทาง Hellfire Pass Walking Trail

เส้นทางเดินทอดผ่านช่องเขา ที่ถูกสกัดด้วยค้อน และสิ่วเมื่อกว่าแปดสิบปีก่อน ทุกก้าวที่เดินลงไป ยังแนวรางเดิม คือการเดินผ่านร่องรอยของความพยายาม ความอดทน และความสูญเสียที่เกิดขึ้นจริง ในสถานที่แห่งนี้ เสียงลมที่พัดผ่านหน้าผาในวันนี้ แทบทำให้ยากจะจินตนาการ ว่า ครั้งหนึ่งพื้นที่อันเงียบสงบแห่งนี้ เคยเต็มไปด้วยเสียงค้อน เสียงระเบิด และการทำงานตลอดทั้งคืน ภายใต้แสงคบไฟ จนเชลยศึกชาวออสเตรเลีย เปรียบภาพนั้นว่า เหมือนเปลวไฟในขุมนรก และนั่นคือจุดกำเนิด ของชื่อ Hellfire Pass
11.45 น. พักผ่อนกับอาหารกลางวัน ในบรรยากาศสบาย ๆ หลังจากช่วงเวลา ที่เต็มไปด้วยความหมาย ก่อนเปลี่ยนบรรยากาศ สู่การเดินทางย้อนกลับไปไกล กว่าสงครามโลกหลายศตวรรษ
13.15 น. อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์

หาก Hellfire Pass คือเรื่องราวของศตวรรษที่ยี่สิบ เมืองสิงห์จะพาเราย้อนกลับไป ยังยุครุ่งเรืองของอาณาจักรขอม เมื่อกว่าแปดร้อยปีก่อน กำแพงศิลาแลง ปราสาทหิน และผังเมืองโบราณ ที่ยังคงหลงเหลืออยู่ แสดงให้เห็นว่า กาญจนบุรี มิได้เป็นเพียงเมืองแห่งสงคราม หากแต่เป็นดินแดนสำคัญ ที่เชื่อมโยงผู้คน อารยธรรม และการเดินทางมาตั้งแต่อดีตกาล การได้มาเยือนทั้งสองสถานที่ ในทริปเดียว ทำให้เห็นว่าประวัติศาสตร์ ของกาญจนบุรี ไม่ได้เริ่มต้นในสงครามโลกครั้งที่สอง หากดำเนินต่อเนื่องมาอย่างยาวนาน นับศตวรรษ
15.00 น. ก่อนอำลาเมืองแห่งประวัติศาสตร์ แวะเลือกซื้อของฝาก และผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น เพื่อนำความทรงจำ ของการเดินทางครั้งนี้ กลับไปแบ่งปันกับคนที่บ้าน
15.30 น. ระหว่างทางกลับ ภาพของสะพานข้ามแม่น้ำแคว เสียงรถไฟที่ค่อย ๆ เคลื่อนผ่านหน้าผา ความเงียบของสุสานทหาร และช่องเขาขาด ยังคงเรียงร้อยอยู่ในความทรงจำ การเดินทางสองวันที่ผ่านมา อาจไม่ได้เปลี่ยนอดีต แต่ช่วยให้เราเข้าใจมันมากขึ้น และบางครั้ง... การเข้าใจประวัติศาสตร์ ก็คือการเรียนรู้คุณค่า ของสันติภาพในปัจจุบัน
18.00 น. ทุกการเดินทางย่อมสิ้นสุดลง แต่เรื่องราวที่ได้สัมผัส ตลอดสองวันที่ผ่านมา จะยังคงอยู่ในความทรงจำ อีกยาวนาน เพราะกาญจนบุรี ไม่ได้มอบเพียงภาพถ่ายที่สวยงาม หากมอบบทเรียน ของมนุษยชาติ ที่ยังคงส่งเสียงเตือนผ่านแม่น้ำ ภูเขา และทางรถไฟสายเดิม... มาจนถึงทุกวันนี้

รายละเอียดราคา

ที่ JC Tour เรามุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์การท่องเที่ยว ที่น่าจดจำที่สุดให้กับลูกค้า เป้าหมายคือให้คุณ มีเวลามากพอที่จะดื่มด่ำ กับสถานที่ต่างๆ ได้อย่างเต็มที่ พร้อมไกด์ผู้เชี่ยวชาญ ที่จะให้คำอธิบายอย่างละเอียด และบริการที่เป็นส่วนตัว ซึ่งสอดคล้องกับปรัชญา: "ช่วงเวลาแห่งการเดินทางควรเป็นช่วงเวลาที่พิเศษกว่าชีวิตประจำวัน"

ด้วยเหตุนี้ JC Tour จึงให้บริการเฉพาะแพ็กเกจท่องเที่ยวแบบ ส่วนตัวเท่านั้น เพื่อให้ทุกการเดินทางของท่าน ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถัน และตรงตามความต้องการอย่างแท้จริง

ราคา (Private Premium Package)
ผู้ใหญ่ 7,900 บาท/ท่าน (จองขั้นต่ำ 4 ท่าน)
เด็ก 5,900 บาท/ท่าน (3-10 ปี)

แพ็คเกจนี้รวม

  • บริการรับ–ส่งจากที่พักทุกแห่งในเขตกรุงเทพมหานคร
  • ทัวร์ไกด์มืออาชีพของ JC Tour ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และสถานที่ท่องเที่ยว ผ่านการคัดเลือกและอบรมด้านการบริการอย่างเข้มข้น พร้อมดูแล อำนวยความสะดวก และ Stand By ตลอดการเดินทาง เพื่อให้ทุกช่วงเวลาของทริปเป็นไปอย่างราบรื่นและน่าประทับใจ
  • รถท่องเที่ยวส่วนตัวมาตรฐานสูง สะอาด พร้อมพนักงานขับรถที่ผ่านการคัดเลือกและอบรมด้านการบริการในระดับพรีเมียม ขับขี่นุ่มนวล สุภาพ มีประสบการณ์ และพร้อมดูแลการเดินทางตลอดโปรแกรม
  • ค่าธรรมเนียมเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวทุกแห่งตามที่ระบุในรายการ
  • ค่าใช้จ่ายสำหรับกิจกรรมทุกประเภทตามโปรแกรม
  • ที่พัก Boutique Resort U Inchantree Resort 1 คืน
  • อาหารครบทุกมื้อตามที่ระบุในโปรแกรม
  • ประกันอุบัติเหตุสำหรับการเดินทางท่องเที่ยว ครอบคลุมตลอดระยะเวลา 2 วัน

เพราะการเดินทางที่ดีที่สุด ไม่ได้วัดจากจำนวนสถานที่ที่ไปเยือน แต่คือการได้ใช้เวลาทุกช่วงอย่างผ่อนคลาย ได้รับการดูแลอย่างใส่ใจ และกลับบ้านพร้อมความทรงจำที่มีคุณค่า มากกว่าที่คาดหวัง นั่นคือมาตรฐาน การเดินทางที่ JC Tour ตั้งใจมอบให้ กับนักเดินทางทุกท่านเสมอ

Booking



คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ กาญจนบุรี 2 วัน 1 คืน Journey Through History(FAQ)

Q1. Journey History กาญจนบุรี คือโปรแกรมท่องเที่ยวแบบไหน?
A: Journey History เป็นโปรแกรมทัวร์กาญจนบุรี 2 วัน 1 คืน แบบส่วนตัว (Private Tour) ที่ออกแบบสำหรับ ผู้สนใจประวัติศาสตร์ โดยพาเยี่ยมชมสถานที่สำคัญ จากสงครามโลกครั้งที่ 2 เช่น สะพานข้ามแม่น้ำแคว รถไฟสายมรณะ ถ้ำกระแซ ช่องเขาขาด และอุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์ พร้อมที่พักคุณภาพริมแม่น้ำแคว

Q2. โปรแกรมนี้มีสถานที่สำคัญอะไรบ้าง?
A: ไฮไลต์ของโปรแกรม ได้แก่ สะพานข้ามแม่น้ำแคว สุสานทหารสัมพันธมิตร พิพิธภัณฑ์สงคราม JEATH การนั่งรถไฟสายมรณะ ผ่านถ้ำกระแซ พิพิธภัณฑ์ Hellfire Pass ช่องเขาขาด และอุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์ ซึ่งล้วนเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ ของจังหวัดกาญจนบุรี

Q3. โปรแกรมนี้เหมาะกับใครบ้าง?
A: เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ไทย และสงครามโลกครั้งที่ 2 นักเรียน นักศึกษา ครอบครัว นักเดินทางต่างชาติ รวมถึงผู้ที่ต้องการเรียนรู้ เรื่องราวของทางรถไฟสายมรณะ ผ่านการเดินทางจริง พร้อมสัมผัสธรรมชาติ และวัฒนธรรมของกาญจนบุรี

Q4. สามารถนั่งรถไฟสายมรณะได้จริงหรือไม่?
A: ได้ โปรแกรมรวมการนั่งรถไฟสายประวัติศาสตร์ ช่วงที่สวยที่สุด ผ่านหน้าผาถ้ำกระแซ ริมแม่น้ำแควน้อย ซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางรถไฟ ที่มีชื่อเสียงและมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ มากที่สุดของประเทศไทย

Q5. Hellfire Pass หรือช่องเขาขาด คืออะไร?
A: Hellfire Pass หรือช่องเขาขาด เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทาง รถไฟสายไทย–พม่า ที่เชลยศึกและแรงงานจำนวนมาก ต้องใช้แรงงานขุดผ่านภูเขา ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์และเส้นทางศึกษาประวัติศาสตร์ ที่สำคัญของกาญจนบุรี

Q6. โปรแกรมนี้รวมที่พักหรือไม่?
A: รวมที่พัก 1 คืนที่โรงแรมริมแม่น้ำแคว พร้อมบรรยากาศเงียบสงบ เหมาะสำหรับการพักผ่อน หลังการเดินทางตลอดวัน และช่วยให้สามารถเที่ยวสถานที่สำคัญ ได้ครบถ้วนโดยไม่เร่งรีบ

Q7. ใช้เวลาเดินทางจากกรุงเทพฯ นานเท่าไร?
A: จังหวัดกาญจนบุรี อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 2–3 ชั่วโมงโดยรถยนต์ ทำให้สามารถเดินทางได้สะดวก เหมาะสำหรับทริป 2 วัน 1 คืน หรือวันหยุดสุดสัปดาห์

Q8. ทำไมควรเลือกโปรแกรม Journey History ของ JC Tour?
A: Journey History ได้รับการออกแบบให้เล่าเรื่องประวัติศาสตร์ ตามลำดับเหตุการณ์ ผ่านการเยี่ยมชมสถานที่จริง พร้อมบริการรถปรับอากาศ ไกด์หรือผู้ดูแลมืออาชีพ และการวางแผนเส้นทาง ที่ช่วยให้ผู้เดินทางเข้าใจ ทั้งประวัติศาสตร์ ธรรมชาติ และวัฒนธรรมของกาญจนบุรี ได้อย่างครบถ้วนในทริปเดียว




ทำไมต้องเลือก JC Tour?

  • ได้รับอนุญาตและเชื่อถือได้
    JC Tour เป็นบริษัทท่องเที่ยว ที่ได้รับใบอนุญาตอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ของประเทศไทย ทั้งการท่องเที่ยวขาเข้า (ภายในประเทศไทย) และการท่องเที่ยวขาออก (ต่างประเทศ) สามารถตรวจสอบ การจดทะเบียนได้ที่ http://www.tourism.go.th (Outbound: 31/01235, Inbound: 34/00235)
  • บริการที่ได้รับการยกย่องสูง
    ด้วยความมุ่งมั่น ในการให้บริการที่เป็นเลิศ และมีความรับผิดชอบ JC Tour ได้รับการจัดอันดับสูงใน TripAdvisor เพื่อรับรองว่า ทุกการเดินทางของคุณ จะได้รับประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยม
  • ประกันอุบัติเหตุครอบคลุมทั่วโลก
    เรามีการจัดเตรียมประกันอุบัติเหตุ ครอบคลุมทั่วโลก สำหรับลูกค้าทุกท่าน ไม่ว่าคุณจะท่องเที่ยว ในประเทศไทย หรือต่างประเทศ เพื่อให้คุณมั่นใจได้ ในทุกการเดินทาง
  • บริการลูกค้าตลอด 24 ชั่วโมง
    ทีมงาน (ที่เป็นคนจริงๆ ไม่ใช่ Bot) ของเราพร้อมดูแล และให้ความช่วยเหลือคุณก่อน ระหว่าง และหลังการเดินทาง ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่า จะมีผู้ช่วยเหลือทุกครั้ง ที่คุณต้องการ
  • สนับสนุนชุมชนท้องถิ่น
    JC Tour ดำเนินการโดยให้คนในท้องถิ่น เป็นส่วนหนึ่งของทีมบริการ ทำให้รายได้ของคุณ หมุนเวียนกลับสู่ชุมชนท้องถิ่นโดยตรง คุณจึงมั่นใจได้ว่า การเดินทางของคุณเป็นการสนับสนุนผู้คน ในพื้นที่ ที่คุณได้เดินทางไปถึง อย่างแท้จริง
  • และแน่นอนว่าเรารู้จักกาญจนบุรีทุกตารางเมตร
    เจซีทัวร์ เข้าใจวัฒนธรรม ประเพณี คุ้นเคยผู้คน และรู้จักทุกสถานที่ท่องเที่ยว ในกาญจนบุรีทุกแห่ง
TAT License No Inbound
TAT License No Outbound
JC Tour Inventive Transfer
100% Vaccinated Staff
The Winner of The Best Service Company by TripAdvisor. Jc.Tours is the Best Winner of the Year 2015
Telephone:
+66 89 5727603
Customer Center : Line Line: @jctour
Customer Center : Whatsapp Whatsapp:
+66 84 8053153
หน้าแรก | สะพานข้ามแม่น้ำแคว | น้ำตกเอราวัณ | ช่องเขาขาด | รถไฟสายมรณะ | ไทรโยค | สังขละบุรี | บ้านอีต่อง | วัดถ้ำเสือ | ติดต่อเรา
JC...TourThai.com
ใบอนุญาติเลขที่ 34/00235(Inbound), 31/01235(Outbound)
79/73 หมู่ 4 ต.เกาะแก้ว อ.เมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต 83000
โทร : (+66) 89 5727603 l Line : @jctour
E-mail : jctourthailand@gmail.com
Website : www.JctourThai.com
Copyrights 2025-2026. JC Tour, All rights reserved.