History to Highland
กาญจนบุรี + สังขละบุรี
| Highland กาญจนบุรี คือแพ็กเกจท่องเที่ยว ที่รวบรวมเส้นทางธรรมชาติบนพื้นที่สูง ของจังหวัดกาญจนบุรี ไว้ในทริปเดียว พาคุณสัมผัสขุนเขา สายหมอก จุดชมวิวอันกว้างไกล ป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ น้ำตก และวิถีชีวิต ของชุมชนท้องถิ่น อย่างใกล้ชิด ตลอดเส้นทางจะได้เรียนรู้ ทั้งประวัติศาสตร์ ธรรมชาติ และวัฒนธรรมที่หลอมรวมกัน เป็นเอกลักษณ์ของกาญจนบุรี โปรแกรมได้รับการออกแบบ ให้เดินทางอย่างคุ้มค่า ไม่เร่งรีบ พร้อมทีมงานมืออาชีพ ที่คัดเลือกทุกจุดหมาย อย่างพิถีพิถัน เพื่อให้ผู้เดินทางได้สัมผัสความงดงาม ของกาญจนบุรีในมิติที่ลึก กว่าการท่องเที่ยวทั่วไป และกลับบ้านพร้อมประสบการณ์ ที่น่าประทับใจอย่างแท้จริง |
สังขละบุรี คือปลายทางที่ความเงียบงดงามพอ ๆ กับทิวทัศน์ และเรื่องราวของผู้คน มีคุณค่าไม่แพ้ภูเขา แม่น้ำ หรือสายหมอก ทุกก้าวของการเดินทาง ค่อย ๆ พาผ่านหน้าประวัติศาสตร์ ของกาญจนบุรี จากสะพานข้ามแม่น้ำแคว และทางรถไฟสายมรณะ สู่ถนนที่ทอดลึกเข้าไป ตามแนวเทือกเขาตะนาวศรี ก่อนจะมาถึงเมืองชายแดนเล็ก ๆ ซึ่งวิถีชีวิตของชาวมอญ ยังคงดำเนินไปอย่างเรียบง่าย ท่ามกลางทะเลสาบ อันกว้างใหญ่ วัดเก่า เจดีย์ศักดิ์สิทธิ์ และสะพานไม้ที่ทอดยาว เชื่อมผู้คนสองฝั่งเข้าหากัน มาอย่างยาวนาน
JC Tour คัดสรรการเดินทางครั้งนี้ สำหรับผู้ที่ให้คุณค่ากับประสบการณ์ มากกว่าความเร่งรีบ ทุกช่วงเวลา ถูกออกแบบอย่างละเมียดละไม เพื่อให้มีเวลาหยุดมอง รับฟัง และสัมผัสเสน่ห์ ของสังขละบุรีอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็น การตักบาตรยามเช้าบนสะพานมอญ การล่องเรือส่วนตัวไปยังวัดใต้น้ำ การเรียนรู้เรื่องราวของชุมชนมอญ หรือการใช้เวลา ท่ามกลางความสงบของทะเลสาบ และภูเขาที่โอบล้อมอยู่รอบด้าน เมื่อการเดินทางสิ้นสุดลง สิ่งที่ติดตัวกลับไป จึงไม่ใช่เพียงภาพถ่ายของสถานที่ หากเป็นความประทับใจที่ค่อย ๆ ก่อตัวจากเรื่องราว ผู้คน และบรรยากาศ ที่หาได้ยาก ในโลกที่หมุนเร็วขึ้นทุกวัน
ทุกการเดินทางที่ดี เริ่มต้นจากความเข้าใจ เราขอชวนคุณใช้เวลาสักเล็กน้อย อ่านรายละเอียดของโปรแกรม ชมภาพไฮไลต์ และทำความรู้จัก กับเส้นทางที่เราตั้งใจออกแบบไว้ หากมีสิ่งใดที่อยากสอบถาม ทีมงาน JC Tour พร้อมให้ข้อมูลด้วยความจริงใจ ตลอด 24 ชั่วโมง โทร. 089-572-7603, LINE: @jctour หรือ WhatsApp: +66 84 805 3153 เพราะเราเชื่อว่าการตัดสินใจที่ดีที่สุด ไม่ได้เกิดจากการเร่งรีบ แต่เกิดจากความมั่นใจ ก่อนออกเดินทางครับ
สังขละบุรี
เป็นเมืองเล็ก ที่ความงดงามไม่ได้เกิดจากความอลังการ หากเกิดจากวิถีชีวิต ที่ดำเนินไปอย่างสงบ และเป็นธรรมชาติ ทุกย่างก้าว เผยให้เห็นวัฒนธรรมของผู้คน หลายเชื้อชาติ ความศรัทธาที่สืบทอดกันมา หลายชั่วอายุคน บ้านเรือนริมสายน้ำ สะพานไม้ทอดยาว อาหารพื้นถิ่น และรอยยิ้มที่จริงใจ ล้วนเป็นองค์ประกอบ ที่ทำให้เมืองแห่งนี้ มีเสน่ห์เฉพาะตัว อย่างยากจะเปรียบเทียบ
การได้ใช้เวลาพัก อยู่ที่สังขละบุรี ไม่ใช่เพียงการเดินทาง มาชมสถานที่ท่องเที่ยว แต่เป็นช่วงเวลาที่ร่างกาย และความคิด ได้ค่อย ๆ ผ่อนคลาย จากจังหวะชีวิตอันเร่งรีบ ได้เรียนรู้วิถีชีวิตที่เรียบง่าย ท่ามกลางแม่น้ำอันกว้างใหญ่ และธรรมชาติที่ร่มเย็น เมื่อการเดินทางสิ้นสุดลง สิ่งที่ติดตัวกลับไป จึงไม่ใช่แค่ภาพถ่ายที่งดงาม หากเป็นประสบการณ์ที่มีคุณค่า และความสดชื่น ที่พร้อมพาท่านกลับไป ใช้ชีวิตในทุกวัน ด้วยพลังที่เต็มเปี่ยมอีกครั้ง
บ้านมอญ สะพานมอญ วัฒนธรรมชาวมอญ
เป็นเมืองที่ทำให้การเดินทาง มีจังหวะของตัวเอง ทุกเช้าสะพานมอญ ทอดยาวเหนือแม่น้ำซองกาเลีย เชื่อมผู้มาเยือน เข้าสู่วิถีชีวิตของชุมชนมอญ ที่ยังคงรักษาเอกลักษณ์ไว้อย่างงดงาม บ้านไม้เรียบง่าย ร้านค้าเล็ก ๆ อาหารพื้นถิ่น และรอยยิ้มที่จริงใจของผู้คน ทำให้บรรยากาศทั้งเมือง อบอวลด้วยความสงบและความอบอุ่น ที่สัมผัสได้ตั้งแต่ก้าวแรก จนหลายคนรู้สึกเหมือน ได้ใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ มากกว่าเป็นเพียงนักเดินทาง ที่แวะผ่านมา
เมื่อเรือค่อย ๆ ล่องออกสู่ผืนน้ำอันกว้างใหญ่ ของเขื่อนวชิราลงกรณ เงาของ วัดวังก์วิเวการามเดิม หรือ "วัดใต้น้ำ" จะค่อย ๆ ปรากฏขึ้นท่ามกลางขุนเขา และสายน้ำอันเงียบสงบ ภาพเบื้องหน้าไม่ได้บอกเล่าเพียงเรื่องราวในอดีต หากยังสะท้อนความผูกพัน ของผู้คนกับผืนแผ่นดินแห่งนี้ อย่างลึกซึ้ง ทุกช่วงเวลาที่ใช้ในสังขละบุรี จึงค่อย ๆ เติมคุณค่าให้กับการเดินทาง เปลี่ยนวันพักผ่อนธรรมดา ให้กลายเป็นประสบการณ์ ที่ยังคงงดงามอยู่ในความทรงจำ แม้เวลาจะผ่านไปอีกนาน
Samprasob Resort สังขละบุรี
Sam Prasob Resort คือที่พักที่ทำให้การเดินทาง มายังสังขละบุรี สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ทั้งห้องพักที่สะอาดเอี่ยม สวยงาม สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน และทำเลที่ตั้งซึ่งมองเห็นทะเลสาบ และสะพานมอญจากมุมสูง ได้อย่างงดงาม ทุกช่วงเวลาของวัน มีบรรยากาศที่แตกต่างกันออกไป ตั้งแต่สายหมอกอ่อนในยามเช้า วิถีชีวิตอันเรียบง่ายของชาวมอญในช่วงสาย แสงอาทิตย์สีทองยามเย็น ที่ทอดลงบนผืนน้ำ ไปจนถึงค่ำคืนอันมีเสน่ห์ ของถนนคนเดินในเมืองเล็ก ๆ ที่สามารถเดินทาง ไปสัมผัสได้อย่างสะดวก
การเลือกที่พักแห่งนี้ เกิดจากการสำรวจพื้นที่ และเปรียบเทียบอย่างละเอียด ของทีม JC Tour Heritage Collection เราให้ความสำคัญ กับทั้งคุณภาพการพักผ่อน ทำเล ความสะดวกสบาย และบรรยากาศ ที่ช่วยให้ผู้เดินทาง ได้ใช้เวลาร่วมกับสังขละบุรี อย่างเต็มอิ่ม เมื่อครบ 3 วัน 2 คืน ท่านจะไม่ได้จดจำเพียงความสวยงาม ของสถานที่แห่งนี้ แต่จะจดจำความรู้สึก ของการได้ใช้ชีวิตอย่างผ่อนคลาย ท่ามกลางเมืองเล็ก ที่มีเสน่ห์ที่สุดแห่งหนึ่ง ของประเทศไทย
Sky Walk of Kanchanaburi
Sky Walk กาญจนบุรี เปิดมุมมองของเมือง จากระดับที่แตกต่าง ให้เห็นจุดบรรจบ ของแม่น้ำแควใหญ่ และแม่น้ำแควน้อย ก่อนหลอมรวมเป็นแม่น้ำแม่กลอง สายน้ำที่อยู่คู่ประวัติศาสตร์ ผู้คน และการเติบโตของกาญจนบุรีมายาวนาน เมื่อก้าวขึ้นสู่พื้นกระจกใส เบื้องหน้าจะเผยให้เห็นภูมิประเทศอันกว้างใหญ่ ทั้งผืนแม่น้ำ เมืองเก่า และแนวขุนเขา ที่เรียงตัวอย่างงดงาม กลายเป็นภาพที่ยากจะสัมผัสได้ จากมุมมองใดอีกแห่งหนึ่ง
ในช่วงเช้าตรู่ สายหมอกบาง และแสงอาทิตย์แรกของวันค่อย ๆ แต่งแต้มผืนน้ำให้เปล่งประกาย ขณะที่ยามเย็น แสงสีทองทอดตัวเหนือแม่น้ำ และขุนเขาฝั่งตะวันตก สร้างบรรยากาศที่สงบนิ่ง และงดงามอย่างเป็นธรรมชาติ ช่วงเวลาเหล่านี้ทำให้ Sky Walk ไม่ได้เป็นเพียงจุดชมวิวของกาญจนบุรี หากเป็นสถานที่ที่ทำให้ผู้เดินทาง มองเห็นความสัมพันธ์ของธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และวิถีชีวิตของเมืองแห่งนี้ ได้อย่างสมบูรณ์ในภาพเดียว
รถไฟสายมรณะ
คือเส้นทางรถไฟ ที่ทำให้การเดินทางมีความหมาย มากกว่าการเคลื่อนจากจุดหนึ่ง ไปสู่อีกจุดหนึ่ง เมื่อขบวนรถไฟค่อย ๆ แล่นผ่านผืนป่า ขุนเขา และแม่น้ำแควน้อย ทิวทัศน์ของธรรมชาติจะค่อย ๆ เปิดกว้างขึ้น จนถึงช่วงโค้งหน้าผาถ้ำกระแซ รางไม้ที่ทอดเลียบหน้าผาสูง เผยให้เห็นสายน้ำเบื้องล่าง และหุบเขาอันเขียวชอุ่มสุดสายตา ภาพที่ปรากฏตรงหน้า ทำให้ช่วงเวลาสั้น ๆ บนรถไฟกลายเป็น หนึ่งในประสบการณ์ที่นักเดินทาง จากทั่วโลกต่างจดจำไม่รู้ลืม
เบื้องหลังความงดงาม ของเส้นทางสายนี้ คือเรื่องราวของการก่อสร้าง ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ด้วยแรงงานของเชลยศึก และกรรมกรชาวเอเชียจำนวนมหาศาล ภายใต้สภาพแวดล้อมที่ยากลำบาก จนได้รับการกล่าวขานในชื่อ Death Railway ปัจจุบัน เสียงแห่งสงครามได้เลือนหายไป เหลือไว้เพียงธรรมชาติ ที่กลับมาอุดมสมบูรณ์ และความเงียบสงบที่โอบล้อมสองข้างทาง แต่ทุกครั้ง ที่รถไฟเคลื่อนผ่านรางสายนี้ ประวัติศาสตร์ยังคงเดินทางไป พร้อมกับผู้มาเยือนอย่างเงียบงาม ทำให้ทุกกิโลเมต รไม่ได้มีคุณค่าเพียงเพราะทิวทัศน์ที่งดงาม หากยังเป็นการเดินทาง ผ่านหน้าประวัติศาสตร์บทสำคัญของโลก ที่ยังคงมีลมหายใจ มาจนถึงปัจจุบัน
สะพานข้ามแม่น้ำแคว
คือแลนด์มาร์กสำคัญ ของจังหวัดกาญจนบุรี และหนึ่งในสถานที่ประวัติศาสตร์ ที่มีชื่อเสียงระดับโลก สะพานแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่ง ของทางรถไฟสายมรณะ ซึ่งสร้างขึ้นในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง และเป็นเครื่องเตือนใจ ถึงความเสียสละ ความอดทน และบทเรียนแห่งสันติภาพ ที่ยังคงถูกส่งต่อผ่านกาลเวลา
เมื่อรถไฟค่อย ๆ แล่นข้ามสะพานเหนือแม่น้ำแคว เสียงล้อเหล็กที่ก้องไปตามราง ผสานกับภาพสายน้ำ และขุนเขาที่โอบล้อม สร้างบรรยากาศที่ทั้งสงบ และทรงพลัง ผู้มาเยือนไม่ได้เพียงชื่นชมทัศนียภาพอันงดงาม แต่ยังได้สัมผัส เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ที่ยังคงมีชีวิต ทำให้สะพานข้ามแม่น้ำแคว เป็นจุดหมายที่เปี่ยมด้วยคุณค่า ทั้งด้านธรรมชาติ และมรดกของโลก
 |
โปรแกรม: Private Package |
 |
 |
| Day 1 |
From History to the Hightlands |
| 06.00 น. |
เช้าวันนี้ เริ่มต้นด้วยการเดินทาง สู่จังหวัดกาญจนบุรี ผ่านทิวทัศน์ของท้องทุ่ง และแนวภูเขาที่ค่อย ๆ ปรากฏอยู่เบื้องหน้า ก่อนที่เรื่องราว ของการเดินทางจะเริ่มต้นขึ้น อย่างช้า ๆ พร้อมกาแฟร้อนและของว่าง ที่เตรียมไว้ภายในรถ ตลอดเส้นทาง
การเดินทางครั้งนี้ไม่ได้เร่งรีบ ทุกช่วงเวลาถูกออกแบบ ให้ผู้เดินทาง ได้เปลี่ยนจังหวะชีวิตจากเมืองใหญ่ ไปสู่พื้นที่ซึ่งธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และวิถีชีวิต ยังคงดำเนินไป อย่างเรียบง่าย |
| 09.00 น. |
Skywalk Kanchanaburi
พื้นกระจกใส ทอดยาวเหนือจุดบรรจบของแม่น้ำแควใหญ่ และแควน้อย เปิดมุมมองใหม่ ของเมืองกาญจนบุรีจากเบื้องบน ภาพแม่น้ำสองสาย ที่ไหลมาบรรจบกันอย่างสงบนิ่ง ทำให้ผู้มาเยือน ได้เห็นภูมิประเทศของเมืองแห่งนี้ ในมุมที่แตกต่าง พร้อมเข้าใจว่า ทำไมแม่น้ำ จึงกลายเป็นหัวใจ ของเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ และการดำรงชีวิตของผู้คน มาตลอดหลายชั่วอายุคน |
| 10.00 น. |
สะพานข้ามแม่น้ำแคว
ก้าวเดินบนสะพานเหล็ก ที่เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญ ของสงครามโลกครั้งที่สอง เสียงลมที่พัดผ่านโครงสร้างเหล็ก และสายน้ำที่ไหลอยู่เบื้องล่าง ชวนให้จินตนาการ ถึงช่วงเวลาซึ่งสถานที่แห่งนี้ เคยเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางรถไฟ ที่เปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์ ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เรื่องราวที่เกิดขึ้น ณ ที่แห่งนี้ ไม่ได้ถูกบอกเล่า ผ่านตัวเลขหรือปีศักราชเท่านั้น แต่ยังสะท้อน ผ่านความเงียบของสถานที่ ซึ่งยังคงตราตรึงผู้มาเยือน จากทั่วโลก |
| 11.30 น. |
รถไฟสายมรณะ – ถ้ำกระแซ
นั่งรถไฟผ่านหน้าผาหิน ริมแม่น้ำแควน้อย หนึ่งในช่วงเส้นทาง ที่ได้รับการกล่าวถึงมากที่สุด ของทางรถไฟสายประวัติศาสตร์ ทุกจังหวะของรถไฟ ที่เคลื่อนผ่านหน้าผา และสะพานไม้โค้งไปตามภูเขา สร้างประสบการณ์ที่งดงาม และเปี่ยมด้วยความหมาย ในเวลาเดียวกัน
หลังจากนั้นเดินชมถ้ำกระแซ ซึ่งเคยเป็นที่พักอาศัยของแรงงาน ในช่วงการก่อสร้างทางรถไฟ และยังเป็นสถานที่ที่ชาวพุทธ ใช้เป็นพื้นที่ปฏิบัติธรรม มาจนถึงปัจจุบัน |
| 12.45 น. |
รับประทานอาหารกลางวัน อาหารพื้นเมืองกาญจนบุรี ที่คัดสรรจากร้านคุณภาพ ให้ผู้เดินทาง ได้พักผ่อนอย่างสบาย ก่อนออกเดินทางสู่สังขละบุรี |
| 13.45 น. |
เดินทางสู่สังขละบุรี
เส้นทางค่อย ๆ ไต่ระดับผ่านแนวป่า และเทือกเขาตะนาวศรี วิวสองข้างทาง เปลี่ยนจากเมืองสู่ธรรมชาติ อย่างต่อเนื่อง หมู่บ้านเล็ก ๆ ไร่เกษตร และผืนป่าที่ทอดยาว ทำให้การเดินทางช่วงบ่าย กลายเป็นอีกช่วงเวลา ที่น่าประทับใจ
ระหว่างทางมีการแวะพัก ที่ร้านกาแฟบรรยากาศดี เพื่อผ่อนคลาย ก่อนเข้าสู่เขตชายแดน |
| 17.30 น. |
เช็กอินเข้าที่พักริมทะเลสาบ ท่ามกลางบรรยากาศอันเงียบสงบ ของเขื่อนวชิราลงกรณ
ช่วงเย็น สามารถเดินเล่นริมทะเลสาบ สูดอากาศบริสุทธิ์ พร้อมชมแสงสุดท้ายของวัน ที่ค่อย ๆ สะท้อน ลงบนผืนน้ำกว้างใหญ่ |
| 19.00 น. |
อาหารค่ำริมทะเลสาบ พร้อมพักผ่อนอย่างเต็มที่ เพื่อเตรียมสัมผัสเสน่ห์ ของสังขละบุรี ในเช้าวันรุ่งขึ้น |
| Day 2 |
The Living Heritage of Sangshlaburi |
| 05.45 น. |
เช้าวันใหม่ที่สะพานมอญ
แสงแรกของวันค่อย ๆ ปรากฏเหนือทะเลสาบ หมอกบางลอยอ้อยอิ่งเหนือผืนน้ำ ขณะที่ชาวมอญ เริ่มต้นกิจวัตรประจำวัน ด้วยความเรียบง่าย ภาพของผู้คน ที่เดินข้ามสะพานไม้ยาวที่สุด แห่งหนึ่งของประเทศไทย ทำให้เช้าวันนี้ เต็มไปด้วยบรรยากาศที่สงบ และเป็นธรรมชาติ |
| 06.15 น. |
ร่วมพิธีตักบาตรแบบชาวมอญ
ร่วมตักบาตรพระสงฆ์ ที่เดินผ่านสะพานมอญอย่างสงบ เป็นประเพณี ที่ยังคงได้รับการสืบทอด จากชุมชนมอญ มาหลายชั่วอายุคน และสะท้อนความสัมพันธ์อันแนบแน่น ระหว่างศาสนา และวิถีชีวิตของผู้คน ริมชายแดน |
| 07.30 น. |
ลิ้มลองอาหารเช้าท้องถิ่น พร้อมกาแฟร้อน ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงบ ของหมู่บ้าน |
| 08.30 น. |
เดินชมหมู่บ้านมอญ ใช้เวลาพูดคุยกับผู้คนท้องถิ่น ชมบ้านไม้แบบดั้งเดิม งานหัตถกรรม และวิถีชีวิตที่ยังคงดำเนินไปอย่างเรียบง่าย โดยแทบไม่เปลี่ยนแปลงจากอดีต |
| 10.00 น. |
เจดีย์พุทธคยา
สถาปัตยกรรม ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากมหาโพธิเจดีย์ ประเทศอินเดีย โดดเด่นด้วยองค์เจดีย์สีทอง ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางภูเขา และผืนน้ำ สะท้อนถึงความศรัทธา ที่เชื่อมโยงผู้คนหลายเชื้อชาติ ซึ่งอาศัยอยู่ร่วมกัน ในสังขละบุรี |
| 11.30 น. |
วัดวังก์วิเวการาม
เรียนรู้เรื่องราวของหลวงพ่ออุตตมะ ผู้มีบทบาทสำคัญ ในการพัฒนาสังขละบุรี ให้เป็นชุมชนแห่งการอยู่ร่วมกัน ของผู้คนหลากหลายชาติพันธุ์ ด้วยความเมตตา และความเข้าใจในความแตกต่าง ทางวัฒนธรรม |
| 12.30 น. |
รับประทานอาหารกลางวัน อาหารพื้นเมืองริมทะเลสาบ |
| 14.00 น. |
Private Long-tail Boat Heritage Cruise
ล่องเรือหางยาวแบบส่วนตัว ผ่านผืนน้ำอันกว้างใหญ่ ของเขื่อนวชิราลงกรณ ชมวัดใต้น้ำ ซากโบสถ์เก่า แนวป่าที่โผล่พ้นผิวน้ำ และแนวภูเขาที่ทอดตัว อยู่ไกลสุดสายตา
กัปตันเรือจะค่อย ๆ ดับเครื่องยนต์ในช่วงกลางอ่างเก็บน้ำ ปล่อยให้ทุกคน ได้สัมผัสความเงียบ ของธรรมชาติ มีเพียงเสียงลม เสียงนก และระลอกคลื่นเล็ก ๆ ที่เคลื่อนไหวไปตามผิวน้ำ ช่วงเวลาเพียงไม่กี่นาทีนี้ มักกลายเป็นความทรงจำ ที่ผู้เดินทางหลายคนกล่าวถึง มากที่สุด หลังจบทริป |
| 16.30 น. |
Café ริมทะเลสาบ พักผ่อนพร้อมเครื่องดื่ม และขนมโฮมเมด ชมวิวสะพานมอญ ในช่วงบ่าย ที่แสงแดดอ่อนลงอย่างงดงาม |
| 18.00 น. |
Sunset at Mon Bridge
เก็บภาพสะพานมอญ ในช่วงพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า เมื่อแสงสีทองสะท้อนลงบนผืนน้ำ และโครงสร้างไม้ ยาวทอดตัวอย่างสง่างาม เป็นอีกช่วงเวลาที่เผยให้เห็นความงดงาม ของสังขละบุรี ในอีกบรรยากาศหนึ่ง |
| 19.00 น. |
อาหารค่ำ พักผ่อนตามอัธยาศัย |
| Day 3 |
A Gentle Farewell |
| 07.00 น. |
เช้าที่เงียบสงบริมทะเลสาบ เริ่มต้นวันสุดท้าย ด้วยบรรยากาศสบาย ๆ ไม่มีความเร่งรีบ เดินเล่นริมทะเลสาบ สูดอากาศบริสุทธิ์ พร้อมเก็บภาพความงดงาม ของสังขละบุรีอีกครั้ง ในแสงเช้า |
| 08.00 น. |
รับประทานอาหารเช้า ที่โรงแรม ก่อนออกเดินทางกลับกรุงเทพฯ |
| 09.00 น. |
ระหว่างทางแวะร้านกาแฟคุณภาพ และจุดพักชมวิว เพื่อให้การเดินทางกลับ ยังคงผ่อนคลาย ไม่เร่งรีบ และเต็มไปด้วยความสบาย ตลอดเส้นทาง |
| 12.30 น. |
รับประทานอาหารกลางวัน อาหารท้องถิ่นคุณภาพ พร้อมพักผ่อนก่อนเดินทางต่อ |
| 18.00 น. |
เดินทางถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ
การเดินทางครั้งนี้ อาจไม่ได้พาผู้เดินทางไปยังสถานที่จำนวนมากที่สุด ของจังหวัดกาญจนบุรี แต่ทุกจุดหมาย ได้รับการเลือกสรรอย่างตั้งใจ เพื่อถ่ายทอดเรื่องราว ตั้งแต่หน้าประวัติศาสตร์ ของสงครามโลก วิถีชีวิตของชุมชนมอญ ความศรัทธาที่สืบทอดผ่านกาลเวลา และความเงียบสงบ ของสังขละบุรี ที่ยังคงรักษาเสน่ห์ดั้งเดิม ไว้ได้อย่างงดงาม |
|
 |
 |
 |
 |
รายละเอียดราคา
ที่ JC Tour เรามุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์การท่องเที่ยว ที่น่าจดจำที่สุดให้กับลูกค้า เป้าหมายคือให้คุณ มีเวลามากพอที่จะดื่มด่ำ กับสถานที่ต่างๆ ได้อย่างเต็มที่ พร้อมไกด์ผู้เชี่ยวชาญ ที่จะให้คำอธิบายอย่างละเอียด และบริการที่เป็นส่วนตัว ซึ่งสอดคล้องกับปรัชญา:
"ช่วงเวลาแห่งการเดินทางควรเป็นช่วงเวลาที่พิเศษกว่าชีวิตประจำวัน"
ด้วยเหตุนี้ JC Tour จึงให้บริการเฉพาะแพ็กเกจท่องเที่ยวแบบ ส่วนตัวเท่านั้น เพื่อให้ทุกการเดินทางของท่าน ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถัน และตรงตามความต้องการอย่างแท้จริง
 |
ราคา (Private Premium Package) |
 |
 |
| ผู้ใหญ่ |
14,500 บาท/ท่าน |
| เด็ก: |
8,500 บาท/ท่าน (อายุ 3–10 ปี) |
|
 |
 |
 |
 |
แพ็คเกจนี้รวม
- บริการรถรับ–ส่งส่วนตัวจากที่พักทุกแห่งในกรุงเทพฯ ตลอดการเดินทาง
- พัก 2 คืน ณ Sam Prasob Resort รีสอร์ตริมทะเลสาบที่ได้รับการคัดสรรจาก JC Tour ด้วยทำเลที่งดงาม บรรยากาศเงียบสงบ และการบริการในระดับพรีเมียม
- ค่าธรรมเนียมเข้าชมสถานที่ทุกแห่งตามที่ระบุไว้ในโปรแกรม
- ค่ากิจกรรมทุกประเภท พร้อมอุปกรณ์ที่จำเป็น ตลอดการเดินทาง
- JC Tour Heritage Guide มัคคุเทศก์ที่ผ่านการคัดเลือกอย่างเข้มงวด มีความรู้เชิงลึกเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของท้องถิ่น พร้อมดูแล ให้คำแนะนำ และอำนวยความสะดวกแก่ท่านตลอด 24 ชั่วโมง
- รถนำเที่ยวมาตรฐานระดับพรีเมียม พร้อมพนักงานขับรถที่ผ่านการคัดเลือกทั้งด้านความปลอดภัย มารยาทในการให้บริการ และความชำนาญในเส้นทาง ขับขี่นุ่มนวล สุภาพ พร้อมดูแลการเดินทางของท่านตลอด 24 ชั่วโมง
- อาหารทุกมื้อที่ระบุในโปรแกรม คัดสรรจากร้านอาหารคุณภาพ ทั้งอาหารพื้นเมือง และเมนูยอดนิยม ของจังหวัดกาญจนบุรี
- ประกันอุบัติเหตุสำหรับการเดินทางท่องเที่ยว ตลอดระยะเวลา 3 วัน 2 คืน
เพราะการเดินทางที่ดีที่สุด ไม่ได้วัดจากจำนวนสถานที่ที่ไปเยือน แต่คือการได้ใช้เวลาทุกช่วงอย่างผ่อนคลาย ได้รับการดูแลอย่างใส่ใจ และกลับบ้านพร้อมความทรงจำที่มีคุณค่า มากกว่าที่คาดหวัง นั่นคือมาตรฐาน การเดินทางที่ JC Tour ตั้งใจมอบให้ กับนักเดินทางทุกท่านเสมอ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ History to Highland กาญจนบุรี สังขละบุรี(FAQ)
Q1. โปรแกรม Highland กาญจนบุรี เหมาะกับใคร?
A: โปรแกรมนี้เหมาะสำหรับ ผู้ที่ชื่นชอบธรรมชาติ ภูเขา จุดชมวิว ป่าไม้ น้ำตก และต้องการสัมผัสบรรยากาศ กาญจนบุรี ในมุมที่เงียบสงบ รวมถึงนักท่องเที่ยว ที่ต้องการเที่ยวแบบสบาย ๆ พร้อมไกด์และรถบริการครบ ตลอดเส้นทาง
Q2. โปรแกรม Highland กาญจนบุรี มีสถานที่ท่องเที่ยวอะไรบ้าง?
A: โปรแกรมจะพาเที่ยวเส้นทางธรรมชาติ บนพื้นที่สูงของกาญจนบุรี โดยรวมจุดชมวิว ภูเขา น้ำตก ป่าไม้ และสถานที่สำคัญตามเส้นทาง พร้อมแวะจุดถ่ายภาพ และเรียนรู้เรื่องราว ของพื้นที่อย่างครบถ้วน ตามรายละเอียดของโปรแกรม ในแต่ละวัน
Q3. โปรแกรมนี้เป็นทัวร์ส่วนตัวหรือทัวร์รวม?
A: Highland กาญจนบุรี เป็นโปรแกรม ที่เน้นการเดินทางอย่างมีคุณภาพ สามารถเลือกเดินทาง แบบ Private Tour เพื่อให้บริหารเวลา ได้อย่างอิสระ เหมาะกับครอบครัว กลุ่มเพื่อน หรือองค์กรที่ต้องการความเป็นส่วนตัว
Q4. โปรแกรม Highland กาญจนบุรี รวมอะไรบ้าง?
A: โดยทั่วไปแพ็กเกจจะรวมรถรับ-ส่ง ไกด์มืออาชีพ ค่าเข้าชมสถานที่ตามโปรแกรม อาหารตามที่ระบุ ประกันอุบัติเหตุ และการดูแลตลอดการเดินทาง เพื่อให้ผู้เดินทาง ได้รับความสะดวกสบายตลอดทั้งทริป
Q5. ควรเดินทางไป Highland กาญจนบุรี ช่วงเดือนไหนดีที่สุด?
A: สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี แต่ช่วงปลายฝนถึงฤดูหนาว (ประมาณเดือนตุลาคม–กุมภาพันธ์) จะได้รับความนิยมมากที่สุด เพราะอากาศเย็นสบาย ธรรมชาติเขียวขจี และมีโอกาสชมทะเลหมอก ในหลายพื้นที่
Q6. ต้องเตรียมตัวอย่างไรสำหรับการเที่ยว Highland กาญจนบุรี?
A: แนะนำให้สวมรองเท้า ที่เดินสบาย เสื้อผ้าที่ระบายอากาศดี หมวก แว่นกันแดด ครีมกันแดด และพกกล้องถ่ายรูป เนื่องจากมีจุดชมวิว และธรรมชาติที่สวยงามหลายแห่ง รวมถึงควรเตรียมเสื้อกันฝน ในช่วงฤดูฝน
Q7. โปรแกรม Highland กาญจนบุรี เหมาะสำหรับเด็กและผู้สูงอายุหรือไม่?
A: เหมาะสำหรับทุกวัย ที่สามารถเดินระยะสั้นได้ โดยโปรแกรม ไม่ได้เน้นกิจกรรมผจญภัยหนัก และสามารถปรับจังหวะการท่องเที่ยว ให้เหมาะกับสมาชิกในกลุ่มได้ หากมีผู้สูงอายุหรือเด็กเล็ก ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ก่อนเดินทาง
Q8. จองโปรแกรม Highland กาญจนบุรี กับ JC Tour ได้อย่างไร?
A: คุณสามารถจองโปรแกรม Highland กาญจนบุรี ได้ง่าย ๆ ผ่านไลน์ @jctour หรือเว็บไซต์ของ JC Tour โดยกรอกรายละเอียด การเดินทาง วันที่ต้องการ จำนวนผู้เดินทาง และข้อมูลติดต่อ เมื่อทีมงานได้รับการจองแล้ว จะตรวจสอบที่ว่าง และยืนยันการจองกลับโดยเร็ว พร้อมให้คำแนะนำ และดูแลทุกขั้นตอนก่อนการเดินทาง เพื่อให้คุณมั่นใจ และเดินทางได้อย่างราบรื่น
ทำไมต้องเลือก JC Tour?
- ได้รับอนุญาตและเชื่อถือได้
JC Tour เป็นบริษัทท่องเที่ยว ที่ได้รับใบอนุญาตอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ของประเทศไทย ทั้งการท่องเที่ยวขาเข้า (ภายในประเทศไทย) และการท่องเที่ยวขาออก (ต่างประเทศ) สามารถตรวจสอบ การจดทะเบียนได้ที่ http://www.tourism.go.th (Outbound: 31/01235, Inbound: 34/00235)
- บริการที่ได้รับการยกย่องสูง
ด้วยความมุ่งมั่น ในการให้บริการที่เป็นเลิศ และมีความรับผิดชอบ JC Tour ได้รับการจัดอันดับสูงใน TripAdvisor เพื่อรับรองว่า ทุกการเดินทางของคุณ จะได้รับประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยม
- ประกันอุบัติเหตุครอบคลุมทั่วโลก
เรามีการจัดเตรียมประกันอุบัติเหตุ ครอบคลุมทั่วโลก สำหรับลูกค้าทุกท่าน ไม่ว่าคุณจะท่องเที่ยว ในประเทศไทย หรือต่างประเทศ เพื่อให้คุณมั่นใจได้ ในทุกการเดินทาง
- บริการลูกค้าตลอด 24 ชั่วโมง
ทีมงาน (ที่เป็นคนจริงๆ ไม่ใช่ Bot) ของเราพร้อมดูแล และให้ความช่วยเหลือคุณก่อน ระหว่าง และหลังการเดินทาง ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่า จะมีผู้ช่วยเหลือทุกครั้ง ที่คุณต้องการ
- สนับสนุนชุมชนท้องถิ่น
JC Tour ดำเนินการโดยให้คนในท้องถิ่น เป็นส่วนหนึ่งของทีมบริการ ทำให้รายได้ของคุณ หมุนเวียนกลับสู่ชุมชนท้องถิ่นโดยตรง คุณจึงมั่นใจได้ว่า การเดินทางของคุณเป็นการสนับสนุนผู้คน ในพื้นที่ ที่คุณได้เดินทางไปถึง อย่างแท้จริง
- และแน่นอนว่าเรารู้จักกาญจนบุรีทุกตารางเมตร
เจซีทัวร์ เข้าใจวัฒนธรรม ประเพณี คุ้นเคยผู้คน และรู้จักทุกสถานที่ท่องเที่ยว ในกาญจนบุรีทุกแห่ง